เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่นแต่ละชนิด

 เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่นแต่ละชนิด

เรซิ่น (Resin) เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นของเหลวใสหรือขุ่น มีกลิ่นฉุน เมื่อผสมกับสารเร่งปฏิกิริยาจะเกิดการแข็งตัวกลายเป็นวัสดุแข็งที่มีความแข็งแรงและทนทาน เรซิ่นมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของโมโนเมอร์และโพลิเมอร์ที่ใช้ในการผลิต

ประเภทของเรซิ่น

เรซิ่นสามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท ได้แก่


  1. เรซิ่นสังเคราะห์ (Synthetic resin) เป็นเรซิ่นที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

    1. เรซิ่นเทอร์โมเซตติง (Thermosetting resin) เป็นเรซิ่นที่เมื่อแข็งตัวแล้วจะไม่หลอมละลายได้อีก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

      1. เรซิ่นโพลีเอสเตอร์ (Polyester resin)เป็นเรซิ่นที่ทนทานต่อแรงกระแทกและแรงดึงสูง นิยมใช้ในงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะ

      2. เรซิ่นอีพ็อกซี่ (Epoxy resin)เป็นเรซิ่นที่ทนทานต่อสารเคมีและความร้อนสูง นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และงานศิลปะ

    2. เรซิ่นเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic resin) เป็นเรซิ่นที่เมื่อแข็งตัวแล้วสามารถหลอมละลายได้อีก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

      1. เรซิ่นโพลีสไตรีน (Polystyrene resin) เป็นเรซิ่นที่น้ำหนักเบาและราคาไม่แพง นิยมใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ ของเล่น และงานศิลปะ

      2. เรซิ่นอะคริลิก (Acrylic resin) เป็นเรซิ่นที่ทนทานต่อรังสียูวีและแสงแดด นิยมใช้ในงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะ


  1. เรซิ่นธรรมชาติ (Natural resin) เป็นเรซิ่นที่ได้จากพืชหรือสัตว์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

    1. เรซิ่นจากพืช (Plant resin) เป็นเรซิ่นที่ได้จากพืช เช่น ชันโรง ยางไม้ และน้ำนมข้น นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม การแพทย์ และงานศิลปะ

    2. เรซิ่นจากสัตว์ (Animal resin) เป็นเรซิ่นที่ได้จากสัตว์ เช่น อำพัน และขี้ผึ้ง นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และงานศิลปะ


  1. เรซิ่นผสม (Hybrid resin) เป็นเรซิ่นที่ผสมระหว่างเรซิ่นสังเคราะห์และเรซิ่นธรรมชาติ มีคุณสมบัติที่ผสมผสานระหว่างเรซิ่นทั้งสองชนิด

คุณสมบัติของเรซิ่นแต่ละชนิด

เรซิ่นแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของโมโนเมอร์และโพลิเมอร์ที่ใช้ในการผลิต คุณสมบัติที่สำคัญของเรซิ่น ได้แก่

  1. ความแข็งแรง ความสามารถในการรับแรงกระทำ เช่น แรงกระแทก แรงดึง แรงกด เป็นต้น

  2. ความทนทาน ความสามารถในการต้านทานต่อปัจจัยต่าง ๆ เช่น สารเคมี ความร้อน รังสียูวี เป็นต้น

  3. ความโปร่งใส ความสามารถในการมองเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลัง

  4. ความยืดหยุ่น ความสามารถในการยืดตัวโดยไม่แตกหัก

  5. น้ำหนัก น้ำหนักของวัสดุต่อหน่วยปริมาตร

  6. ราคา ต้นทุนของวัสดุ


การเลือกเรซิ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การเลือกเรซิ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะของชิ้นงานที่ต้องการทำ สภาพแวดล้อมที่ชิ้นงานจะใช้งาน งบประมาณ เป็นต้น ตัวอย่างการเลือกเรซิ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น

  1. งานก่อสร้างนิยมใช้เรซิ่นโพลีเอสเตอร์หรือเรซิ่นอีพ็อกซี่ เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกสูง

  2. เฟอร์นิเจอร์นิยมใช้เรซิ่นโพลีเอสเตอร์หรือเรซิ่นอีพ็อกซี่ เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนทานต่อสารเคมี

  3. งานศิลปะนิยมใช้เรซิ่นหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะของชิ้นงานที่ต้องการทำ

สรุป

เรซิ่นเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีหลากหลายประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกเรซิ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะของชิ้นงานที่ต้องการทำ สภาพแวดล้อมที่ชิ้นงานจะใช้งาน งบประมาณ เป็นต้น


สนใจเคมีเรซิ่นคุณภาพดีจากเอสเจ

https://resinsjthailand.com/เรซิ่น/


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงานไฟเบอร์กลาส มีอะไรบ้าง

วิธีหล่อเรซิ่นกับของสด สตอเบอรี่สดในเรซิ่นใส

การใช้เรซิ่นสำหรับงาน DIY ทำชิ้นงานอะไรได้บ้าง